เรื่องเล่าเช้านี้ By Toh

เวลาตี 3 ตรง ผมกำลังนอนหลับอย่างมีความสุข ทันใดนั้นก็พลันนึกออกว่า ลืมส่งบิลให้ลูกค้า ตายห**ละลูกค้าต้องหาว่ากูโกงแน่ๆ

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับรีบหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนหัวนอน เป็นอย่างที่คิดลูกค้าส่งข้อความมาทาง facebook รัวรัว

ความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีเริ่มเกาะกินหัวใจผม ลูกค้าส่งข้อความทวงตั้งแต่ 6 โมงเย็น เว้นวรรคทุกๆ 2 ชั่วโมง มาจนถึงตี 3

2-9-2559 6-38-06

ผมรีบตอบข้อความลูกค้า บอกไปตามตรงว่านอนหลับเตลิดแล้วลืม ไม่น่าเชื่อว่าลูกค้ายังออนไลน์รออยู่ นี่กูทำอะไรลงไป

ดูเหมือนลูกค้าจะตอบกลับมาอย่างโล่งใจว่าผมไม่ได้โกงแล้ว แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธโมโหและด่า เหมือนลูกค้าจะรู้สึกดีที่ผมตอบกลับมา และรู้สึกโล่งใจ จนลืมความโกรธ สิ่งนี้ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า กูนี้ชั่วจริงๆ

ผมกล่าวขอโทษลูกค้า โดยไม่มีข้อแก้ตัวอะไร และรู้ดีว่าไม่มีอะไรจะชดเชยให้เขาได้

 

เมื่อลุกมาแล้วตาก็พลันสว่างไม่สามารถกลับไปนอนต่อได้อีก ผมมานั่งดูปลาที่ห้องทำงาน ให้อาหารมัน และหันกลับมาดูกุ้ง ก็นั่งดูอยู่สักพัก รู้สึกว่าร่างกายต้องการคาเฟอีน จึงเดินไปในครัวเสียบปลั๊กหม้อน้ำร้อน แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ในห้องครัวเพื่อรอน้ำเดือด

พอน้ำเดือดก็หยิบกาแฟมาฉีกซองเทใส่แก้ว กดน้ำร้อนใส่แล้วคนให้เข้ากัน แล้วเดินกลับมาที่ห้องทำงานนั่งกินหน้าคอมพิวเตอร์ บรรยากาศช่างเงียบเหงาตามประสาชานเมืองต่างจังหวัด

หลังจากกินกาแฟเสร็จ ผมก็เริ่มเปิด google chrome และเริ่ม update สถานการณ์ ทั้งเรื่องส่วนตัวใน facebook และการทำงาน จวบจนเวลาประมาณตี 5 ผมเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีอาการแปลกๆ เหมือนคล้ายจะเป็นลม ผมรู้ดีในฐานะที่เป็นคนอ้วน นี่คืออาการของการที่ร่างกายขาดอาหาร ใช่แล้วผมหิวอย่างรุนแรง แต่รู้สึกขี้เกียจที่จะทำกับข้าวเอง และกว่าจะทำเสร็จไม่แน่ว่าผมอาจจะเป็นลมไปก่อน ผมจึงคิดว่าจะนั่งต่อไปรออีก 1 ชั่วโมงก็เช้า แอนจะต้องตื่นแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นผมก็จะได้กินข้าวอย่างแน่นอน

เวลาผ่านไป ขณะนี้เวลาตีห้าครึ่ง ผมเริ่มไม่ไหวอย่างรุนแรงขึ้นมาแล้ว ผมคงไม่สามารถรอถึงเวลานั้นได้ ผมเดินไปที่ประตูห้องนอน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าแอนต้องดูแลลูกเหนื่อยมากกว่าจะได้นอนหลับและนี่ก็เพิ่งตี 5 ครึ่ง ผมจึงเปลี่ยนใจคิดว่าจะไม่ปลุกแอน พลันก็นึกถึงแม่แต่ก็คิดว่าแม่ก็ควรจะนอนพักผ่อนจนถึงเช้าก็เลยคิดว่าไม่ควรจะไปกวนแม่

เอาล่ะสิแล้วกูจะทำยังไงดี นี่กูจะต้องอดข้าวตายเป็นแน่แท้ ผมเดินไปที่ห้องครัวด้วยจิตใจที่สับสน พร้อมร่างกายที่อ่อนแรง พลันนึกขึ้นได้ว่ากูต้มมาม่ากินก็ได้นี่หว่า ว่าแล้วก็เปิดชั้นเก็บของเพื่อเอามาม่าออกมา แต่มองเห็นซองอะไรสักอย่างสีส้ม ผมหยิบมาดูพบว่าเป็นซองข้าวต้มรสกุ้ง ซึ่งผมเองแหละที่เป็นคนซื้อมานานแล้ว

พระเจ้าช่วย โชคเข้าข้างกูแล้ว กูมีข้าวแดกแล้ว ฮ่าๆๆ

ผมรีบเปิดเตาแก๊สและนำหม้อใส่น้ำมาตั้ง ฉีกซองข้าวต้มเทลงไป จิตใจมีกำลังใจที่ดีขึ้น ไม่นานนักมากก็เดือด

เสร็จแล้วผมก็ตักใส่ถ้วย เดินมานั่งกินที่หน้าคอมพิวเตอร์ รสชาติมันปานดังข้าวต้มจากสรวงสวรรค์ กูรอดตายแล้ว

และตอน 6 โมงเช้ากว่ากว่า แอนก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับท่าทางที่เร่งรีบ ลูกใส่ชุดนอน เมื่อถึงโต๊ะคอมพิวเตอร์ผมเองก็รีบพูดขึ้นมาว่า ฝากลูกหน่อยปวดอึ ผมรับลูกมาอุ้มไว้ และเซลฟี่คู่กับลูก 1 ภาพ จบเรื่องเล่าในวันนี้ สวัสดีครับ

20160902_061720

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *